Just another WordPress site

Tag: แมนยู

มือมฤตยู

ตามความเข้าใจพื้นฐาน เย็นวันศุกร์เป็นช่วงเวลาแห่งความหฤหรรและผ่อนคลาย

แม้จะเว้นเสียแต่อยู่บ้างก็อาจเป็นคนเมืองแห่งกรุงเทพมหานคร เพราะเหตุว่ารถติดวอดวายกระทั่งไม่มีอารมณ์สุนทรี

 ธรรมดาแล้ว อังกฤษ ประเทศที่ผับมีทุกหัวมุมถนนและมีหลายชิ้นกกว่าร้านขายกาแฟ หากเป็นวันสุดท้ายแห่งการทำงานรายสัปดาห์อย่างนี้ ไปดูได้เลย ข้างหลัง 5-6 นาฬิกาเย็นไปแล้วจะมองเห็นคนออกมายืนกันจนถึงหน้าร้านค้า ในโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องดื่มกระตุ้นเลือดลมขนาด 1 ไพน์ตคุยกันสนุกสนาน

ที่ออกมายืนนี่ก็เนื่องจากว่าภายในร้านค้ามันเต็ม คนเยอะ หน้าเคาน์เตอร์บาร์บุคลากรก็วุ่น ลูกค้าเข้าแถวสั่งเบียร์กันอย่างสม่ำเสมอ

มันเป็นบรรยากาศของความผ่อนคลาย โดยมากก็มากันทั้งชุดทำงานนั่นแหละ แวะมากระดกสัก 2-3 ไพน์ต ตึงๆแล้วค่อยเข้าบ้าน

ซึ่งหากลูกค้าคนใดกันเป็นแฟนบอล เชื่อเหลือเกินว่าศุกร์ก่อนหน้านี้จะยิ่งรู้สึกสนุกสนานเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนผี

สื่อทีนี่ถึงกับบอกว่า ค่ำวันศุกร์ที่ผับจะไม่ดังเดิมอีกต่อไป

โน่นเพราะเหตุว่าฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ พรีเมียร์ ลีก มีโปรแกรมเตะกันวันศุกร์ด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจอ เซาธ์แฮมป์ตัน เตะประเดิมการปรับผังการแข่งขันใหม่ของ พรีเมียร์ ลีก

เวลาคิ๊กออฟที่บ้านเราเป็นตี 2 จัดว่าดึกไปสักหน่อย แม้กระนั้นที่อังกฤษ 2 ทุ่ม เวลากำลังได้เลย ยิ่งฤดูร้อนอย่างนี้ดวงอาทิตย์ตกช้า บรรยากาศเลยมีชีวิตชีวามาก

การที่จะต้องมาเตะเร็ววันศุกร์ โดดๆอยู่คู่เดียว เชื่อเหลือเกินว่าไม่เฉพาะแต่แฟนผีที่จะเฝ้ามองเกมนี้ แม้กระทั้งแฟนกลุ่มอืนมีโอกาสก็ตั้งตาดูเช่นกัน

มีหลายเหตุผลที่ทำให้เกมนี้เป็นที่สนใจ

หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น ปอล ป็อกบา

ป็อกบา เป็นนักเตะที่ได้รับความพึงพอใจสูงที่สุดในโลกแล้วในตอนก่อนหน้านี้นับจากย้ายกลับรังเก่าด้วยค่าตอบแทนเป็นสถิติโลก

เรียกว่าของใหม่กำลังเห่อ

นัดหมายเปิดฤดูกาลบุกอัด บอร์นมัธ ยังเร็วเกินความจำเป็นที่จะมีส่วนร่วม แม้กระนั้นจากนั้น มูรินโญ่ ก็แถลงชัดว่า ป็อกบา จะได้ลงสนามแน่ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

คำพูดของ มูรินโญ่ ถูกซ้ำเติมด้วยการที่ ป็อกบา ขึ้นเป็นนายแบบปก United Review หนังสือแม็ทช์เดย์ โปรแกรม ของนัดหมายนี้

ปรากฏว่า ป็อกบา ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงโดยทันที โดยจับคู่กับ มารูยาน เฟลไลนี่

แค่การออกมาวอร์มอัพของเหล่านักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป็อกบา ที่ปรากฏโฉมในโรงละครแห่งนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี ก็เรียกเสียงเชียร์ก้องกังวานจากแฟนบอล

โชเซ่ มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือนามเรื่องผลงานการควบคุมกลุ่มในบ้าน ออกมากระตุ้นว่าแฟนบอลจะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการนำ Fear factor กลับมาสู่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

นี่เป็นเกมที่แฟนบอลไม่ทำให่้นักเตะผิดหวัง และนักเตะก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนกัน

บรรยากาศใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่เสียงเชียร์ดังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างนี้ มีชีวิตชีวา ครื้นครึกอย่างนี้ จำไม่ได้แล้วว่าสัมผัสเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อใด

อย่างที่รู้เป็นสไตล์ของ มูรินโญ่ รู้สึกชื่นชอบผู้่เล่นทรงโต เต็มไปด้วยพละกำลังความแข็งแกร่ง ต้องมีอยู่ในกลุ่ม และจากนั้นก็ดูเหมือนเขากำลังเปลี่ยน แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เปลี่ยนเป็นกลุ่มจอมพลัง

รายชื่อ 11 คนแรกนัดหมายฟัด เซาธ์แฮมป์ตัน ผู้เล่นไซส์ XL มีปฏิบัติหน้าที่อยู่ทุกทั่วพื้นที่สนาม

เอริค ไบยี่ ในแนวรับ แดนกึ่งกลางเป็น ป็อกบา กับ เฟลไลนี่ ส่วนข้างหน้าก็ไม่ใช่ผู้ใด ซลาตัน อิบราฮิโมวิชชชชชชช

"พี่หลา" ซื้อใจแฟนผีได้มาหลายนัดหมายแล้ว พูดได้เต็มปากว่าฝากผีฝากไข้ได้เลย ได้บอลทีมีเสียว ลูกเรียดลูกโด่ง เก็บกินหมด

เฟลไลนี่ ที่กลับมาคืนฟอร์มเก่ง ผู้ชมได้แม้กระนั้นภาวนาว่าขอให้รักษามาตรฐานไว้ได้ยาวๆ

การเล่นที่ไม่ทำอะไรเกินตัว ดักกวาดตั้งแต่หน้าจุดโทษตนเองขึ้นมากระทั่งถึงกึ่งกลางสนาม พลิกบอล ออกบอลกล้วยๆให้เพื่อนรอบข้าง

มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ทำให้"ฟูน้อย ศิษย์จารย์มอยส์" กลับมาเก่งเป็นสภาพจิตใจโดยเขาบอกกับมิดฟิลด์เบลเจี้ยนตั้งแต่เข้ามารับงานแรกๆเลยว่า "นายไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องคิดอะไร (เกี่ยวกับข่าว) ทั้งนั้น กับฉัน นายไม่ต้องย้ายออกจากกลุ่มแน่ๆ"

มนุษย์เราหากลูกพี่ให้ความเชื่อถือ ก็เป็นธรรมดาที่จะเชื่อถือในศักยภาพของตัวเอง อย่างที่เฟลไลนี่กำลังชี้ให้เห็น

ฆวน มาต้า ก็วิ่งเป็นม้า อันโตนิโอ วาเลนเซีย เป็นเป้าหมายที่หน้าแข้งนักบุญอุตสาหะเจาะ เพราะเหตุว่าทราบว่าไม่ใช่แบ็กอาชีพ แม้กระนั้นเราจะมองเห็น มาต้า ไล่ตามลงมาช่วยซ้อนตลอดเวลา เซนส์จ่ายบอลเวลาขึ้นเกมรุกก็ยังมีให้มองเห็น อย่างนี้สอบผ่าน

ตอนโดนเปลี่ยนตัวออก แฟนยืนขึ้นปรบมือให้สนั่นหวั่นไหวและช้านาน นายสิบมู ก็เดินไปรับถึงที่ บอกให้ทราบว่าดาวเตะประเทศสเปนเป็นที่รักของแฟนเท่าไร

ทุกคนเล่นได้ดังที่ถูกคาดหมายทั้งสิ้น ต่อนี้ไป โฟกัสเลยตกมาอยู่ที่ดารานำชายของงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ … ปอล ป็อกบา

ผ้าที่เอาไว้สำหรับพันคอปลาหมึกกำลังจะเป็นสินค้ายอดฮิต

เพียงสัมผัสแรกของหมอนี่ก็เรียกเสียงฮือได้โดยทันที เพราะเหตุว่าจ่ายบอลลั่นกระทั่งโดนสวน ทำเอาเสียวแว้บ

แม้กระนั้นภายหลังผ่านไปได้ 5 นาที ป็อกกี้ เริ่มจับจังหวะได้ จูนกับเพื่อนติด เท่านั้นก็ได้เรื่อง

สื่ออิตาลี ตั้งฉายาให้หมอนี่ว่า "อิล ปอลโป้ ปอล" แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "ปอล เจ้าหมึกยักษ์" หรือเอาแบบมันปากเป็น "ไอ้หมึกปอล"

ก็ไม่ใช่อะไร ตอนขาที่ยาว ดูถูกออกไปดักทางบอลได้ตลอด ระหว่างที่เมื่อลูกอยู่กับเท้าก็เหนียวแน่นแย่งยาก ผสมกับทักษะที่น่าดูชม พิงแล้วพลิก เกี่ยวบอลได้ปุ้บกระชากขึ้นหน้าพรวดพราดๆทำอะไรก็มองง่าย มองเพลิดเพลินไปหมด

ประกอบกับความอ่อนแอลงของขุมกำลังนักบุญ เมื่อไม่มี วิคเตอร์ วานยาม่า คู่แข่งเฮฟวี่เวทรุ่นเดียวกันที่ย้ายไปสเปอร์ส พื้นที่กึ่งกลางสนามเลยตกเป็นของ ป็อกบา (และ เฟลไลนี่) โดยง่าย

สไตล์ของเซาธ์แฮมป์ตัน เป็นถ่ายบอลเร็ว ถ่ายบอลแม่นเล่นกันน้อยจังหวะ แม้กระนั้นในเมื่อไม่มีวัตถุประสงค์ใหญ่อย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ ขอบเส้นขาดความจัดจ้านของ ซาดิโอ มาเน่ งานของผู้เล่นเจ้าถิ่นเลยค่อยกว่าแต่ก่อนเยอะ

เวลาบนนาฬิกาของผู้ตัดสินแอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผ่านไปมากแค่ไหน ป็อกบา ก็ยิ่งสะดุดตาขึ้นเท่านั้น

การเล่นของห้องเครื่องคนใหม่ ทำให้แฟนผีถึงบางอ้อ ว่าแฟนอาร์เซน่อล กับ แมนฯ ซิตี้ รู้สึกยังไงในระหว่างที่มี ปาทริค วิเอร่า กับ ยาย่า ตูเร่ ในวัยกำลังห้าวลงคุมแดนกึ่งกลางให้กลุ่ม

นักเตะประเภทไอ้ก้านยาวที่สะดุดตาทั้งเกมรับและเกมรุก พาบอลตะลุยขึ้นหน้าอย่างทรงอำนาจ และสร้างโอกาสลุ้นประตูให้เพื่อนร่วมกลุ่มได้

ขาดคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อ ปิเครื่องปรับอากาศ เอมิล ฮอยเบียร์ก กับ ยอร์ดี้ คลาซี่ (ลงมาแทน โอริโอล โรเมว ตั้งแต่สิบกว่านาคราว) ยังห่างชั้น ทำให้ ป็อกบา เปลี่ยนเป็นสตาร์เด่นของเกมนี้ไปเลย

อย่างที่บอกว่า ป็อกบา เล่นสมสมญานามปลาหมึกจริง และจะว่าไปแล้ว ปลาหมึกในกลุ่มแมนฯ ยูฯfun888ชุดนี้ก็นับรวมพวกก้านยาวทั้งหลายไว้ด้วยกันเลย สปีชี่ส์เดียวกันหมด ทั้ง ป็อกบา ทั้ง เฟลไลนี่ และ ซลาตัน ทั้งสามคนสูงเกิน 190 เซนติเมตร ดูถูกขาดักบอล เกี่ยวบอล ตัดหน้าคู่แข่งขันได้ตลอด

"แก๊งปลาหมึก" 3 คนนี้ทำทรงของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ

ในสมัยปรัชญาของ หลุยส์ ฟาน กาล เวลาบุกคราวก็มัวสุภาพละมัย กลัวจ่ายพลาดแล้วคู่แข่งขันตัดบอลได้ ถ่ายบอลกันอยู่โน่นแล้ว พอดิบพอดีกองหลังอีกข้างลงมาออกันในจุดโทษ สุดท้ายก็จะต้องโน่น ใช้คืนไปถึง ดาบิด เด เคอา ก็มีให้มองเห็นออกบ่อยมาก

จารย์ลุง (ด้วยความเคารพ และขอบคุณมากในการทำงานตลอด 2 ปี) อาจหัวใจจะวายเป็นระยะๆถ้าหากได้นั่งมองเกมของอดีตกาลกลุ่มเก่ากลุ่มนี้ลงเล่น

เพราะเหตุว่าผู้ร่วมทีมเก่าของเขาหลายต่อผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเล่นแบบลืมปรัชญาที่เคยประสิทธิ์ประสาทเอาไว้ให้

มีจังหวะ เจอช่อง ก็จ่ายโดยทันที ไม่เล่นสั้นเจาะเข้าช่อง ก็เปิดผ่านแนวรับเข้าไปวัดเลย ทำให้แฟนๆได้ลุ้นกันตลอดทั้งเกม

ไหนจะ เวย์น รูนี่ย์, มาต้า, ป็อกบา ที่มีรูเป็นไม่ได้ จะต้องลองยิง ลองส่อง

อย่างไรก็ดี ก็ด้วยการที่ผู้เล่นศักยภาพเปลี่ยนไป ข้างหน้า สาดเข้ามาเถิด พี่หลา เอาอยู่ , โดนตัดแล้วสวนหรอ โน่นๆเฟลไลนี่ กับ ป็อกบา รอคอยกรองอยู่แล้ว

ถ้าหากเลยไปลึกกว่านั้นยังมี "อิชอว์" ที่สปีดไวจัด กวดตามทันตลอด เข้ามาตรงกลาง ไบยี่ ก็ตีนผีไม่ด้อยไปกว่ากัน

มีขุมกำลังที่ตอบปัญหาได้ รูปเกมเลยออกมาอย่างที่มองเห็น เปลี่ยนเป็น แมนฯ ยูฯ ที่ชินหูชินตา เป็นเล่นชวนทะเลาะ ไม่ต้องรอคอยหยอดน้ำให้จิ้งหรีดออกมาจากรูอย่างสมัย ฟาน กาล แม้กระนั้นเอาเสียมด้ามยาวขุดกันเลยทีเดียว

ประเมินด้วยสายตาพสกนิกร ก็จะต้องบอกว่า 9 จาก 11 คนในนัดหมายเปิดบ้านพิฆาตนักบุญจัดว่าลงตัวแล้ว

เหลือเพียงแค่ เวย์น รูนี่ย์ ที่ยังตามสปีดเพื่อนไม่ทัน แม้จะทุ่มเท ขยัน และแสดงความเป็นผู้นำที่ดีออกมาก็ตาม

อีกคนที่น่าห่วงเป็น อองโตนี่ มาร์กสิยาล ที่ดูเหมือนตั้งแต่สมัย มูรินโญ่ น้องหมากจะไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนเก่า

เกมนี้ได้โอกาส 2-3 หนแม้กระนั้นรู้เลยว่าตั้งอกตั้งใจมากไปนิด ตั้งใจแม้กระนั้นจะยิงประตูเลยลืมมองดูรอบกาย

หาก มาร์กสิยาล นับ 1 ได้เมื่อใด มั่นใจว่าความเชื่อมั่นและมั่นใจจะกลับมาแน่ ถึงตอนนั้นกลุ่มของ มูรินโญ่ จะยิ่งน่าขนลุกกว่านี้

การเข้ามาของ ซลาตัน ว่าทำให้กลุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว ตรงกันข้าม การกลับมาของ ป็อกบา ลงครั้งแรกก็สร้างแรงกระเพื่อมได้มากมายได้ขนาดนี้โดยทันที

ใบหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปแล้ว เท่าที่มองเห็น บอลจากกึ่งกลางสนามจะเดินหน้ามากยิ่งขึ้น เร็วขึ้นแน่

หากแฟนผีคนใดกันมองบอลอยู่ในผับอาจเพลิดเพลินกระทั่งลืมกระดกเบียร์ในคืนวันศุกร์

ส่วนที่เข้ามามองในสนามก็ช่วยเหลือกันปลุกบรรยากาศ ให้ลุกพรึ่บพรั่บ กระทั่งลืมไปเลยว่าเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้วนี่เอง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังเงียบเชียบวังเวงอยู่เลย

Continue Reading

ถั่วน้อย กลับมา แมนยู

ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหากับเกมรุกของตนเองอย่างหนัก
พอจะบอกว่าปัญหาในเกมรุกของทีมภูติผีแดงอยู่ที่กองหน้าก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ในเมื่อหัวหอกมหาประลัยอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงซอกซอยตาข่ายได้อย่างสม่ำเสมอ
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อไม่มีดาวยิงวัย 35 กะรัตผู้นี้ หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพี่เขาทำฟอร์มตก – เล่นไม่ออก เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขัดสนขึ้นมาทันที
นอกจากกองหน้าตัวหลักอย่าง "อิบรา" แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีผู้เล่นชนิดหัวหอกอยู่ในแผนกล่าสังหารอีก 2 หน่วยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนกับว่าทั้งคู่จะกลายพันธุ์เป็นตัวรุกริมเส้นหรือกองหน้าครึ่งปีกไปซะแล้ว เมื่อถูกจับมายืนเป็นกองหน้าก็ชอบเล่นไม่ออก – ยิงประตูมิได้โดยเหตุนี้ & ฉะนี้
ก็เลยคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าตำแหน่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังอยากด่วนในฤดูกาลหน้า คือนักฟุตบอลชนิดดาวถล่มประตูนี่แหละกองหน้าระดับตีนพระกาฬหลายรายนามก็เลยถูกสื่อในเมืองหลวงที่ลูกหนังจับมาการร่วมประเวณีกับภูติผีแดงอย่างสนุกครึกครื้นไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู, ปีเครื่องปรับอากาศ เอเมอริค โอบาเมยัง และโดยไม่เว้นแม้กระทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้จนกระทั่งวันก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ก็พูดถึงกองหน้าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่นสายพันธุ์อสุรีสยดสยองนี่แหละฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่ชาวบ้านรู้จักเขาในชื่อ "ชิชาริโต้"
ที่ปรึกษาจอมเย่อหยิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ทำเป็นแค่เสมอในบ้านตนเอง 2 ครั้งติดกันทำนองว่าด้วยวิธีการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด และท้องนาทีนี้ ด้วยการพาบอลเข้าไปหาจังหวะจบในกรอบเขตโทษได้อย่างมากมาย แม้เขามีกองหน้าอย่าง ชิชาริโต้ เป็นลูกทีม นักฟุตบอลชาวจังหรูหราผู้นี้คงจะทะลวงตาข่ายได้ราว 15-20 ประตู ต่อฤดูกาล
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าที่ผ่านมาที่บอกว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งบิดาใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใหม่ๆเขาพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปลดปล่อยผู้เล่นที่ไม่สมควรจะปลดปล่อยออกมาจากทีมไปคนจำนวนไม่น้อยหนึ่งในนั้นคือเจ้าของสมญา "ถั่วน้อย" ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขายให้ เลเวอร์คูสังเวย เมื่อฤดูกาล 2015-16 เอ๋ยถึง "ชิชาริโต้"
เขาโชว์ฟอร์มได้กระฉูดแตกมากที่สุด ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เพิ่งเลื้อยตูดจาก ประเทศเม็กซิโก มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆโดยที่ยังไม่ค่อยมีชื่อ
ฤดูกาล 2010-11 นักฟุตบอลที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "ชิชา" กระหน่ำไป 20 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 13 ประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นยุคที่ 19 รวมทั้งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดหมายชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เวมบลี่ย์
ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างยั่งยืนไม่สำเร็จก็จริง แต่ว่าเมื่อลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วมักทำคะแนนได้ไม่ต่างอะไรจากอาวุธลับของภูติผีแดงเสมือนที่กาลครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมี "ซูเปอร์ดูดซับ" อย่าง โอเล่ กุนร์ ท้องนา โซลชา

ฤดูกาลต่อมา "ถั่วน้อย" ยังคงรักษามาตรฐานในการทำคะแนนของตนเองเอาไว้ได้ แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเสมือนฤดูกาลแรก เขากดไปอีก 10 ดอกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะทำเป็นอีก 10 ประตูในฤดูกาล 2012-13
เพียงแค่แม้สังเกตให้ดีจะพบว่าในฤดูกาลท้ายที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีมภูติผีแดง – คุณพ่อแกเริ่มใช้บริการของ "ชิชาริโต้ น้อยลงไปเรื่อยๆ ประการหนึ่งบางทีอาจเนื่องจากการเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเป็นกองหน้าจำพวกหมูเดือดเหมือนเดิม แต่ว่าอีกประการหนึ่งก็คือฟอร์มการเล่นของ ชิชาริโต้ ที่ตกลงไปเช่นกัน
ฤดูกาลท้ายที่สุดของคุณพ่อ ดาวเตะที่มีชื่อจริงว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 9 นัดหมายเท่านั้น
เมื่อ เดวิด มอยส์ เข้ามาแทนที่ท่านเจ้าคุณเฟอร์กี้ – ที่ปรึกษาภูติผีแดงคนใหม่ก็ไม่ค่อยใช้งาน "น้องถั่ว" สักเท่าไหร่ โดยในฤดูกาล 2013-14 เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 6 นัดหมายเท่านั้น (ลงเป็นสำรอง 18 นัดหมาย) สถิติการถล่มตาข่ายก็เลยลดลงอย่างฮวบฮาบ เหลือแค่ 4 ประตูเท่านั้น เฉพาะในพรีเมียร์ลีก
เมื่อเปลี่ยนแปลงแม่งานอีกครั้งเป็น หฝ่าส์ ฟาน กัล – แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้ากองหน้าคนใหม่ที่ชาติสกุลสูงยิ่งกว่าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมทีม คุณลุงอ้วนแกก็เลยตกลงใจปลดปล่อย "ถั่วน้อย" ผู้สวยของแฟนๆให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล 2014-15
ชิชาริโต้ ลงเล่นให้ "กษัตริย์ชุดขาว" ทั้งผอง 33 นัดหมาย ยิงได้ 9 ประตู (ทุกรายการ) แม้มีความคิดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง การยิงได้ 9 ประตูก็ถือว่าไม่น่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไหร่
แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เลยดึงกองหน้าสายพันธุ์จังหรูหราผู้นี้กลับมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเขาได้ลงเล่นเป็นผู้เล่นสำรองทั้งผอง 3 นัดหมาย จนกระทั่ง…ฟางเส้นท้ายที่สุด เมื่อตะบันบ่ายคล้อยลงมา ถุย! จนกระทั่งในเกมเพลย์ออฟ รอบคัด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พรรคพวกภูติผีแดงออกไปเยี่ยม คลับ บรู๊ซ
"ชิชา" ถูกส่งลงมาเป็นผู้เล่นสำรอง หลังจากทีมตนเองนำห่าง 4-0 ก่อนจะได้จุดลูกโทษ แต่ว่าคุณพี่เขาดันสังหารพลาดง่ายๆซะแบบงั้น!
ภาพที่ หฝ่าส์ ฟาน กัล ทำหน้าเสมือนถูกดึงขนตูดพร้อมกัน 8 เส้นพลางหันไปมองตากับผู้ช่วยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ บนม้านั่งสำรอง ประดุจเชื่อว่าสายตาที่ ชิชาริโต้ ยิงจุดลูกโทษไม่เข้าถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในระบบโซเชี่ยล
แล้วต่อไปคุณลุงอ้วนเหน็บสวาปามส์แกก็ตกลงใจปลดปล่อยกองหน้าทีมชาติประเทศเม็กซิโกผู้นี้ให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปในราคาแค่ 7.3 ล้านปอนด์
"เด็กผี" ส่วนใหญ่บางทีอาจเสียดาย แต่ว่าขูดความจำได้ว่าไม่ถึงกับอาลัยอาวรณ์หรืออาวรณ์อะไรล้นหลาม เนื่องจากระยะหลังๆฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงน้อยและยิงน้อย แถมยังถูกปลดปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปหนึ่งฤดูกาล

บนเวทีบุนเดสลีกาเสมือนกลับชาติมาเกิดใหม่ เมื่อฤดูกาลแรกกับ เลเวอร์คูสังเวย "น้องถั่ว" ยิงได้ถึง 20 ประตู จากการลงเล่น 46 นัดหมายในทุกรายการเริ่มมีเสียงบ่นโชคร้ายให้ได้ยินส่วนฤดูกาลนี้ ชิชาริโต้ ลงเล่นไปแล้ว 32 นัดหมาย โดยยิงไป 12 ประตูในทุกรายการรวมลงเล่นให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปแล้วทั้งผอง 72 นัดหมาย ยิง 38 ประตู ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยในการทำคะแนนที่สูงพอเหมาะพอควร คือยิงได้ 1 ประตูในทุกๆ2 นัดหมายเทียบกับตอนอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 157 นัดหมาย ยิงได้ 59 ประตู คุณจะพบว่าสถิติและค่าเฉลี่ยนในการถล่มตาข่ายสูงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อมองเห็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของ ชิชาริโต้ บนเวทีบุนเดสลีกา-เยอรมัน บรรดาผู้อุทิศวิญญาณให้ภูติผีแดงก็ออกอาการอาลัยอาวรณ์ & อาวรณ์ ขึ้นมาทันที ทำนองว่าโชคร้ายพลางสรรเสริญที่ปรึกษาภูติผีแดงคนเก่าว่า "แกขายออกไปได้ยังไงนะครับ…ไอ้หอก!" ด้วยเหตุดังกล่าวไม่จำต้องถามบรรดาแฟนผีว่าอยากได้ดาวเตะผู้นี้กลับมาหรือเปล่า? คำตอบส่วนใหญ่อาจจะเช่นกันนั่นแหละคือ "เอานะ" (สำหรับค่าตัวก็อาจจะไม่แพงน่าสะอิดสะเอียน แต่ว่าอาจจะสูงยิ่งกว่าที่ขายออกไปแน่นอน) สมมุติว่าย้ายกลับมาจริงๆถามคำถามว่า ชิชาริโต้ จะแก้ตอบโจทย์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้หรือเปล่า?…ว่าแล้วมาทำความเข้าใจกันก่อนครับ
"ชิชา" จัดเป็นผู้เล่นที่ความชำนาญความสามารถเฉพาะบุคคลออกจะต่ำ เขาไม่ค่อยมีคุณสมบัติในการกระตุกบอลหนีคู่แข่งหรือเลี้ยงรับประทานตัวคู่แข่ง – จับบอลก็โดกเดก จ่ายบอลก็ไม่ค่อยแม่นยำสักเท่าไหร
ลักษณะเด่นหรือจุดขายเพียงแต่จุดเดียวคือการทำคะแนนในกรอบเขตโทษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวิญญาณเพชฌฆาตเท่าๆกับสัญชาติญาณมือสังหาร โดยเป็นกองหน้าที่จัดอยู่ในชนิด "หมาจิ้งจอกในกรอบเขตโทษ"พูดง่ายๆว่าเกิดมาเพื่อกระทุ้งประตูเพียงอย่างเดียวปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือแม้ฟอร์มตกเมื่อไหร่ หรือเพื่อนฝูงร่วมทีมไม่สามารถที่จะเปิดป้อนบอลเข้าไปให้ทำคะแนนได้มากเพียงพอ เขาก็จะจำแลงเป็นไม้ตีพริกที่หมดคุณประโยชน์ทันที โดย 12 นัดหมายล่าสุดที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด – ชิชาริโต้ ยิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้นเองโน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุใด หฝ่าส์ ฟาน กัล ถึงไม่คิดจะใช้บริการของ "น้องถั่ว" เฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลสมัยใหม่ที่กองหน้าควรจะมีส่วนร่วมกับเกม และต้องทำอะไรให้ได้มากยิ่งกว่าการ "รอยิง" เพียงอย่างเดียว
ต่อเมื่อตกเป็นข่าว บรรดาสื่อในอังกฤษเพียรพยายามเสนอแต่ว่าสถิติที่สวยงาม อย่างเช่นการยิงได้หลายประตู โดยแกล้งไม่บอกว่าในฤดูกาลนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่แกยิงมิได้ติดต่อกันถึง 16 นัดหมายเลยทีเดียว
ที่สำคัญคือสมรภไม่หน้าแข้งพรีเมียร์ลีกมีความเล่นยากกว่า             บุนเดสลีกา การยิงกระจัดกระจายในลีกสูงสุดของเยอรมันก็เลยบางทีอาจมิได้แสดงว่าจะยิงกระจัดกระจายในลีกสูงสุดของอังกฤษ
เดี๋ยวนี้อายุของ "น้องถั่ว" พึ่งจะ 28 ขวบเท่านั้นเองนะครับ เรียกว่าอยู่ในช่วงพีคของอาชีพล่าตาข่าย สมมุติว่าเอากลับมาจริงๆมันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร ขายไป 7.3 ล้าน ถ้าเกิดขอซื้อกลับมาสัก 15 ล้าน รู้เรื่องว่า "เถ้าแก่ขายยา" ก็อาจจะไม่กล้ายักไหล่ใส่
ชิชาริโต้ บางทีอาจไม่เหมาะสมกับแนวทางการเล่นฟุตบอลแบบย้ำการมีไว้ในครอบครองของ หฝ่าส์ ฟาน กัล สักเท่าไหร่ เนื่องจากต่อหนึ่งเกมอาจมีจังหวะจบในกรอบเขตโทษน้อยไปหน่อย แต่ว่าคงจะเหมาะกับหนทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำให้ภูติผีแดงเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งอย่างรวดเร็วและน้อยจังหวะมากยิ่งกว่าบนความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น

Continue Reading

ครึ่งปีของโชเซ่ มูรินโญ่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

''ผมคาดไว้แล้วว่ามันจะยาก เพราะอะไรน่ะหรือ ? เพราะว่าประวัติศาสตร์ของสโมสรนี้'' โชเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ามาเป็นผู้จัดการกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ครึ่งปี
ผลงานปัจจุบันเป็นพลาด พลาดที่ไม่อาจจะเอาชนะลิเวอร์พูลได้ แม้ 1 แต้มจะไม่น่าสะอิดสะเอียน แต่ว่าควรจะทำเป็นดีมากยิ่งกว่านี้ โดยมองจากกลุ่มกำลังพอดีแล้วก็ทำผลงานก้าวหน้า
ตอนเปิดตัวเมื่อกรกฎาคม เราแทบไม่เห็นมูรินโญ่ยิ้มแบบชื่นใจเลย เพราะว่าเขาคงใส่ใจดีว่าการมารับงานที่สโมสรนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก ที่จะทำกันเล่นๆหรือสัญญาโง่ๆว่ามาปีแรกจะได้แชมป์โน้นแชมป์นี้
"ผมถามตัวเองว่า : เพราะอะไร ในปีข้างหลังๆสิ่งต่างๆมิได้สวยสดงดงามตามเดิมเป็นมา"
"หนึ่งในคำตอบที่ชัดแจ้งเป็น ฟุตบอลเปลี่ยนไปมากมาย แล้วก็การประลองมิได้เสมือนเมื่อ 10-20 ปีกลาย มันยากขึ้นที่จะเอาชนะ ยากที่จะเป็นครองความใหญ่โตอยู่กลุ่มเดียว ผมรู้ๆกันดีอยู่แล้ว ผมทราบดีว่างานผมจะยาก"
"ถ้าเกิดคุณจำได้ครั้งแรกที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมมิได้ผยองเลย ผมทราบดีว่าคำพูดผมมันเป็นการเสี่ยงเมื่อผมพูดว่า : "ผมอยากให้ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ในช่วงเวลานี้" แต่ว่าผมรู้สึกว่า ถึงในช่วงเวลานี้ก็ยังรู้สึกก็คือ ไม่ว่าสถานภาพของแมนฯ ยูไนเต็ดจะเป็นอย่างไร คุณก็จำต้องบอกแบบงั้น แต่ว่าผมทราบดีว่ามันยาก"
"ผมทราบดีว่าท็อตแน่มทำอะไรบ้างตลอด 2 ปีข้างหลัง ผมทราบดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่สโมสรอื่นๆแต่ว่าผมก็ยังอยากเปิดให้สัมภาษณ์แบบนั้น เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่ามันถูก"
นี่เป็นการพูดของคนที่ใส่ใจทราบ มีสติสัมปชัญญะครบบริบรูณ์ มูรินโญ่มิได้ผยองอย่างตอนเปิดตัวกับเชลซีเมื่อปี 2004
เขาทราบดีว่าการมาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด มีเป้าหมายอย่างเดียวเป็นจำต้องได้แชมป์ ไม่ว่ากลุ่มในช่วงเวลานั้นจะเป็นแต่ แล้วก็เขาทราบดีว่ามันยาก
"ผมเลือกงานที่ผมต้องการ ผมเลือกอยู่กับสโมสรที่ผมอยากไปอยู่ด้วย ผมทุ่มเททุกอย่างที่ผมมี ผมไม่อาจจะให้อะไรได้มากกว่านี้แล้วในแง่ของ เวลา, ความอยาก แล้วก็ความมุ่งมั่น ผมแฮปปี้กับตัวเอง"
"ถ้าเกิดผมพินิจพิจารณาตัวเอง ผมมีช่วงประสบผลสำเร็จ ที่ผมได้แชมป์ล้นหลาม แต่ว่าผมมิได้มีความสุขสุดกำลังกับสิ่งที่ผมเคยทำขณะนั้น ผมรู้สึกว่าผมสามารถทุ่มเทมากกว่านั้น แล้วก็ทำอะไรให้ดีมากยิ่งกว่านั้นได้ แต่ว่าในช่วงเวลานี้ ผมมความสำราญกับสิ่งที่ผมทำ ซึ่งผมทราบดีว่าผมกำลังไล่ล่าความสำราญอย่างที่สุดในฟุตบอลอยู่ นั่นเป็นพากลุ่มชนะแล้วก็ได้แชมป์"
หมายความว่า ทั้งตอนอยู่ปอร์โต้, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด แล้วก็เชลซี 2 รอบ ที่เขานำกลุ่มได้แชมป์มาตลอด แต่ว่าเขากลับทราบดีว่าตัวเองยังไม่อิ่ม
รู้สึกว่าตัวเองยังไม่สุดกำลังกับการควบคุมกลุ่ม แต่ว่าในช่วงเวลานี้เขากลับบอกว่า เขากำลังมีความสุขที่สุด ทั้งๆที่เหตุการณ์แล้วก็ช่องทางการคว้าชัยชนะของซาตานแดง ณ เวลานี้ ห่างไกลจากการประสบความสำเร็จ … เพราะอะไรถึงอยากได้งานนี้ ? อะไรเป็นความทรงจำแรกของเขากับแมนฯ ยูไนเต็ด ? โชเซ่ มูรินโญ่ มีคำตอบ
"บิดาผมถ่ายทอดความหลงใหลในเกมลูกหนังให้ผม ชีวิตของท่านทั้งการเป็นนักเตะ การเยินยอที่ท่านมีให้แก่พวกสโมสรใหญ่ๆนักเตะเก่งๆ"
"ผมจำได้ไหมตอนเป็นเด็กที่เบนฟิก้าเจอแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ ? ไม่หรอก ผมจำไม่ได้ แต่ว่าผมทราบทุกอย่างเกี่ยวกับนัดชิงนัดนี้ เพราะว่ามันเป็นในรุ่นของบิดาผม"

"ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่ม ผมจำต้องเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดทันทีเลย ผมนั่งอยู่ข้างสนามด้วยในเกมที่เสมอ 3-3 (เจอบาร์ซ่า ปี 1998/99)"
"ครั้งแรกที่ผมได้ร่วมยูฟ่า แชมเปี้ยนส ลีก ในฐานะผู้จัดการกลุ่ม ผมก็เจอแมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง (คุมปอร์โต้ปี 2004) แล้วก็ครั้งแรกที่ผมมายังพรีเมียร์ลีก เกมแรกของผมก็เจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดอีก (เชลซีชนะ 1-0)"
"ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับแมนฯ ยูไนเต็ดล้นหลามในอาชีพของผมแล้วก็ผมรู้ๆกันดีอยู่แล้วถึงประวัติศาสตร์ของพวกท่าน ผมมิได้ศึกษาเล่าเรียนอะไรเลยตอนมาร่วมกลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ด ผมเคยศึกษาเล่าเรียนเรื่องของสโมสรต่างๆที่ผมเข้าไปคุม แต่ว่ากับตรงนี้ ผมไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นเลย"
"ผมทราบเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้แต่กระทั่งก่อนที่ผมจะฝันว่าได้มาร่วมงานกับพวกท่านเสียอีก"
ชาบี เอร์นานเดซ ในวัย 18 ปี เปิดฉากกลุ่มชุดใหญ่ให้บาร์ซ่า เป็นครั้งแรกในเกม ชปล. ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยุคที่ หลุยส์ ฟาน กาล เป็นกุนซือ แล้วก็ข้างสนามวันนั้นมูรินโญ่ก็นั่งเป็นมือขวาของ "จารย์หลุยส์" อยู่ด้วยนั่นเอง
ชาบีบอกว่าเขาตื่นเต้นกับบรรยากาศในสนามที่นี้ ในฐานะดาวรุ่งที่ไม่เคยสัมผัสเกมชุดใหญ่ ในเวลาที่โดน ฟาน กาล สั่งให้ไปวิ่งวอร์มเตรียมเปลี่ยนตัวลง
เมื่อ เดวิด เบ็คหมูแฮม ปั่นฟรีคิกให้เจ้าถิ่น ชาบีได้ยินเสียง "คนประเทศอังกฤษกว่า 50,000 คนตะเบ็งใส่หูผม" แล้วก็เขาบอกว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยังเป็นสโมสรที่เขาชอบใจที่สุดในยุโรปสำหรับมูรินโญ่เอง สนามที่นี้ก็เคยเป็นความทรงจำไม่มีทางลืมเช่นกัน
"คุณคงหวังว่าผมจะตอบอย่างอื่น แต่ว่าความทรงจำที่ชัดแจ้งของผมกับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นในเวลาที่ปอร์โต้ยิงประตูในนาทีที่ 88 ต่อจากนั้นอีก 5 นาทีต่อมาเป็นเมืองนรก!!"
"ตามปกติแล้วถ้าเกิดเรายิงประตูในนาที 88 คู่แข่งขันของเราก็ตายไปแล้ว สนามก็ตายไปด้วย"
"แทนที่จะเป็นแบบงั้น เรากลับมี 5 นาทีที่นายทวารเราจำต้องแงะซูเปอร์เซฟ, บอลชนเสากระเด้งไปๆมาๆ แบ็กซ้ายของผมจำต้องไปยืนคุมเสา เรามีความรู้สึกว่ามันคงจบไปแล้ว แต่ว่าพวกเขา (แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด) มีความรู้สึกว่ามันยังเป็นไปได่สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะเป็นข้างชนะ ผมจำเสียงดังตอนนั้นก้าวหน้า"
"ผมมีความรู้สึกว่าเกมมันจบสุดแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ยินยอมให้เกมจบลง มันเป็นเมืองนรกของเราเลย เมืองนรก!!!"
เหตุการณ์ในช่วงเวลานี้เป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ใช่คนของบาร์ซ่า, อินเตอร์ มิลาน หรือปอร์โต้แล้ว แต่ว่าเขาเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
จากที่เคยมาเยี่ยมสนามที่นี้ในฐานะกุนซือคู่แข่งขัน คราวนี้เขาเดินลงสู่สนามพร้อมสูทเบลเซอร์สีดำที่มีตราสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะที่อก
"กระหยิ่มใจ ผมมีความภูมิใจมากมายที่ได้เป็นผู้จัดการกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมโชคดีพอที่ได้คุมกลุ่มใหญ่ๆ"
"เรอัล มาดริดก็ใหญ่, อินเตอร์ มิลานก็ใหญ่ มีประวัติศาสตร์ล้นหลาม มีกุนซือยิ่งใหญ่อยู่ก่อนหน้าผม ผมไม่เขินอายเลย ไม่สักนิด ผมเพียงแค่มีความรู้สึกว่า "นี่มันเหมาะสมกับฉันอยู่แล้ว" ผมมั่นใจ แล้วก็นิ่งมากมาย ผมพร้อมสำหรับความรับผิดชอบแต่ว่าผมก็กระหยิ่มใจมากมายเช่นกัน"
"ในฐานะคู่แข่งขัน เมื่อคุณมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คุณรู้สึกว่าเสมอ "พวกนายอยู่บนยอดสุดของโลกฟุตบอล" คุณมองไปทั่วสนามแล้วรำพึงว่า "ว้าววว" แต่ว่าผมก็เคยรู้สึกว่ามันเหมาะสมกับผมเช่นกัน"
"ผมรู้สึกกระหยิ่มใจมากมายทุกนัดที่ได้คุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้สึกแบบงั้น แล้วก็หวังว่าจะรู้สึกแบบงั้นไปจนกระทั่งยามค่ำคืนท้ายที่สุดของผม มันต้องเป็นแบบงั้น ผมรังเกียจไม่ทันเวลาผู้เล่นอยู่ตรงนี้ 2-3-4-5 ปี แล้วความรู้สึกกับสโมสรต่ำลง"
การได้มาคุมกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น มูรินโญ่บอกว่าเขารู้ๆกันดีอยู่แล้วถึงประวัติศาสตร์สโมสรหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของการให้โอกาสเด็กจากกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นมาตลอด 80 ปี แมนฯ ยูไนเต็ดให้โอกาสดาวรุ่งเสมอ

"ใช่ผมทราบ ดาวรุ่งนักเตะที่ทำให้ผมตื่นเต้นนะหรือ ? มีสิ แต่ว่ามีผู้ที่พร้อม (สำหรับกลุ่มชุดใหญ่) หรือยัง ? ยังไม่มี"
"ฤดูกาลที่แล้ว หลายๆคนรอคอยโอกาส หลายๆคนมีพรสวรรค์ แรชเฟิร์ด เป็นตัวที่เด่นสุด มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเขาจำเป็นจะต้องลงเล่น ทำให้พวกเขาไม่มีความกดดัน ไม่มีนักเตะชุดใหญ่ที่นั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อคอยให้พวกเขาทำพลาด" (ยุคของ ฟาน กาล)
"ทางเลือกก็มีเพียงแค่ แรชเฟิร์ด หรือ แรชเฟิร์ด กับ เมนซาห์ กับ เมนซาห์ เป็นไปไม่ได้เลือกอื่น เพราะว่ามีนักเตะเจ็บมากไม่น้อยเลยทีเดียว"
"เหตุการณ์ต่างไปในฤดูกาลนี้ นักเตะเจ็บน้อยมาก ความมุ่งหวังในตัวนักเตะก็สูงมากขึ้น"
"ถ้าเกิดคุณไปไล่มองในประวัติความเป็นมาดาวรุ่งของสโมสร คุณจะพบ บางคนที่เป็นตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เขามีปีที่ 2 ที่มิได้ดีเท่าปีแรกนะ แต่ว่าต่อจากนั้นปีที่ 3 ค่อยกระโดดมาอยู่ในระดับที่เป็นกิ๊กส์ที่เรารู้จัก"
"มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับดาวรุ่งส่วนใหญ่ พวกเขาขึ้นมาครั้งแรก ไม่ทราบสึกกดดัน ไม่ทราบสึกถึงความรับผิดชอบ คู่แข่งขันก็ไม่รู้จัก เลยโดนทำร้ายแบบไม่ตั้งตัว แต่ว่าเราก็ฝึกกับพวกดาวรุ่งมาเสมอนะ ครั้งคราวฟุตบอล มันขึ้นกับจังหวะ แน่ๆ ทุกคนตรงนี้รู้ๆกันดีอยู่แล้วถึงแนวทางของสโมสรนี้ที่ให้โอกาสดาวรุ่ง"
ดูอย่างกับว่ามูรินโญ่กำลังทำงานอย่างมีความสุขที่สุดในอาชีพการเป็นกุนซือเวลานี้
เขาบอกว่า เขาไม่อยากโดนแบนอีก เลยมักเห็นเขาจำต้องนั่งข้างสนามบ่อยครั้งเวลาไปเล่นเกมเยี่ยม เขาพากเพียรอดทน พากเพียรนิ่งเข้าไว้
เขารู้สึกมีความสุขกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนผีเริ่มเบื่อกับการเปลี่ยนกุนซือบ่อยเกินไปแล้วในระยะหลัง ซึ่งเขารับรองว่าเขาพร้อมจะอยู่กับกลุ่มไปยาวๆ
"ผมมีคำสัญญา 3 ปี ผมไม่อาจจะขอมากกว่านั้นได้เวลานี้ แต่ว่าถ้าเกิดผมประสบผลสำเร็จเวลานี้ผมคงขอคำสัญญาเพิ่มจาก เอ็ด วูดเวิร์ด ไปแล้วเพราะว่าผมอยากอยู่"
"ผมอยากอยู่ตรงนี้ มันเป็นสโมสรที่ผมสามารถสร้างการบรรลุเป้าหมายใหญ่ๆได้ เป็นที่ที่ผมต้องการเวลาสักหน่อย ผมมีความรู้สึกว่า 3 ปีก็พอเพียงแล้ว (ในการทำกลุ่มกลับมาประสบผลสำเร็จ)"
"ผมมิได้ขอมากกว่านี้ แต่ว่าผมอยากอยู่ไปนานๆแมนฯ ยูไนเต็ดจะเขี่ยผมทิ้งเมื่อพวกเขาต้องการ ไม่ใช่ในเวลาที่ผมต้องการ เพราะว่าผมไม่อยากจากไปเลย"

Continue Reading

”เอร์เรรา”หวังแมนยูจบท็อปโฟร์

อันเดร เอร์เรรา นักเตะของ ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจต้นสังกัดของเขาหวังที่จะจบฤดูกาลด้วย 4 อันดับแรก เพื่อจะได้สิทธิ์ในลงเล่นฟุตบอลถ้วยบิ๊กเอียร์ในฤดูกาลหน้า
นักเตะวัย 27 ปีของปีศาจแดง เผยว่าเขาและทีมต้องการจบฤดูกาลนี้ 1 ใน 4 ของอันดับในพรีเมียร์ลีก มากกว่าการคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก
ขณะนี้ทีมปีศาจแดงมีคะแนนรั้งอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังคงต้องลุ้นทำคะแนนให้จบ 4 อันดับแรกให้ได้ สำหรับรายการยูฟ่า ยูโรป้าลีก พวกเขามีนัดทำศึกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับแซงต์ เอเตียงในสัปดาห์หน้า

Continue Reading