Just another WordPress site

Month: May 2017

สเปอร์ส VS สิงห์

รอบ ซาเวจ อดีตกาลนักเตะดังที่เป็นผู้วิเคราะห์เกมของสำนักบีบีซีบอกว่า ''ชูแชมป์ให้เชลซีได้เลย'' ส่วน เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน พูดก่อนต่อกรสิงโตสีน้ำเงินคราม ที่ชนะรวด 13 นัดว่า ทั่วทั้งโลกต้องการให้ไก่ชนะเชลซี
ประโยคหลังเป็นเรื่องจริงกว่าประโยคแรกของซาเวจ
พึ่ง 19 นัดยังคงชูแชมป์ให้คนใดไม่ได้ กลางทางเอง อย่ารีบเร่ง มีอะไรให้เจออีกเยอะแยะ แต่ว่าที่แน่นอนเชลซีเป็นทีมที่ดีสุด สมดุลสุด พร้อมสำหรับการได้แชมป์เยอะที่สุดเมื่อเทียบกับกรุ๊ปนำทั้งสิ้น
ลิเวอร์พูลพลาดเสมอซันเดอร์แลนด์ ท่ามกลางปัญหาให้ขบคิดทั้งเรื่อง "ฟิตเนส" แล้วก็ สไตล์ การเล่น ที่อาจจะเพรสวิง วิ่ง พลัง ทั้งซีซั่นไม่ได้ อันนี้อาจจะเกิดเรื่องจริงสำหรับบอล นัดปัจจุบันก็เห็นแล้วว่า ภาวะล้าๆของเด็กหงส์ มันมีผลในเกม
การขาดตัวหลักไปเดือนหนึ่งแล้วก็กรุ๊ปที่เจ็บซ้ำจากจำเจอย่าง สเตอร์ริดจ์ จะยังไง
แมนฯ ซิตี้ กระเตื้องขึ้นมา…ส่วนอาร์เซน่อลรอดูผลว่าจะชุบมือเปิบได้ดิบได้ดีแค่ไหน แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้เนี้ยบแล้วก็เปรี้ยงปร้างมากแค่ไหน ลักษณะคล้ายหงส์แดง ดีแต่ยังไม่สุด เช่นเดียวกันกับสเปอร์ส มักจะแพ้เกมใหญ่
เกมสำคัญ เกมที่จะเจอกับเชลซี เป็นอีกหนึ่งเกมที่วัดหัวจิตหัวใจนักเตะไก่มากยิ่งกว่า "สไตล์" แล้วก็ "แท็กติก" โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ถึงกับบอกว่า "แท็กติกไม่มีความจำเป็น" มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเล่นกับบอลอย่างไร คุณมีจิตใจที่แกร่งกล้ามากมายแค่ไหนในการเจอกับคู่ปรปักษ์แต่ละทีม
แท็กติกที่เลิศหรูถ้าหากใช้กับบอลไม่เป็น มันไม่ส่งผลให้เกิดข้อสรุปตรงผลชิงชัย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะรวด 6 นัดในลีกด้วยฟอร์มการเล่นที่มั่นอาจจะ นิ่ง และไม่ตื่นตระหนก ที่สำคัญอย่างที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ใน beIN SPORTS ทรู676 ว่าจุดเด่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เดี๋ยวนี้แล้วก็ใกล้เคียงกับเชลซี บางทีอาจด้อยกว่านิดนึงเป็นการยิงประตู
ทีเด็ดเลยนะครับ ไม่ต้องมากมายจังหวะ สร้างโอกาสอะไรเยอะแยะ ขอเพียงมีโอกาส จบให้ได้ ยิงให้เข้า ใช้ลูกแมงป่องยิงยังเข้า…นี่เป็นทีเด็ด ส่วนรูปเกมแน่นอนมันจำต้องเนี้ยบ พลาดยาก เสียยาก แล้วก็เป็นเกมที่รู้ว่ามาคอนโทรลคู่ปรปักษ์
วันนี้พวกเขาบางทีอาจจะตามหลังเชลซี 10 แต้ม แล้วก็ถ้าหากเชลซีพลาดแพ้สเปอร์ส ในกลางสัปดาห์ ผมว่า 10 แต้มไม่ห่างเกินความจำเป็นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไล่มากยิ่งกว่าเดิมลับมาประจำในตำแหน่งเต็งสอง ผู้ท้าชิงแทนบรรดาทีมด้านบนได้
เหมือนแต่ก่อนเปิดซีซั่นที่ทุกคนมุ่งหวังว่า…"ซาตานแดง" เป็นทีมที่ร่วมลุ้นแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ โดยมีเชลซีเต็งสาม
เอาละนะครับ…โลกทั้งใบหยุดหายใจที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ส่งหัวใจช่วยสเปอร์สอย่างที่ เพียงพอช ที่ปรึกษาไก่ได้กล่าวไว้มีอะไรน่าสนใจก่อนเกมนัดนี้
เจ้าบ้าน…อาจมีการเปลี่ยนแปลงแท็กติกการเล่นหลังทดสอบการใช้นัดวัตฟอร์ดไปแล้ว นั่นเป็นลองใช้หลังสามคนนะครับ ด้วยปัญหาที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดแบน และไม่มี แยน แฟร์ต็องเก้น ทำให้ เพียงพอช ปรับมาเล่นหลังสามมีวิงแบ็กสองข้างเสมือนเชลซี
ผลชนะวัตฟอร์ด 4-1 สมทบชัยชนะสามนัดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานับจากแพ้ แมนฯ ยูฯ 0-1 เมื่อต้นเดือน ธันวาคมก่อนหน้านี้ ทำให้ไก่เก็บ 12 แต้มเต็ม
นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับแท็กติกที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ จะเลือกใช้ก่อนเจอกับเชลซี เป็นหลังสาม จะตกลงใจอย่างไรดี เพราะเหตุว่า วอล์คเกอร์ กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ในเวลาที่หลังสามอย่าง เอริก ถางเออร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรล แล้วก็ เควิน วิมเมอร์ ทำได้ดี วิงแบ็กสองข้าง ทริปเปียร์ กับ ดินแดนนี่ โรส วิ่งริมเส้น กลาง วานยาม่า, เอริคสังเวย แล้วก็ เดเล่ อัลลี่ ด้านหน้า ซน ฮึง ไม่น กับ แฮร์รี่ เคน

โชว์ฟอร์มกันดี…แต่ว่านั่นเป็นวัตฟอร์ด ทีมเพื่อนบ้านทางเหนือของลอนดอน เสมือนรังสิต นั่นแหละนะครับ
ว่ากันอย่างนั้นนะครับ
แต่ว่านี่เป็นเชลซี…ที่ปึ้ก สมดุลรุกแล้วก็รับเนี้ยบมากมาย ชนะรวด 13 นัด จุดนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ บอกว่าสถิติไม่มีความจำเป็นเท่ากับแชมป์ ด้วยเหตุดังกล่าวมั่นใจว่าเกมนี้พวกเขาจะเน้นย้ำแท็กติกสุดๆเน้นย้ำมีแต้ม เน้นย้ำไม่แพ้ แล้วจังหวะเหมาะสมๆปิดเกมชนะเลย
สองหัวข้อหลักในเกมนี้ผมว่าดูไปที่สเปอร์สเป็นหลักนะครับ เพราะเหตุว่า คอนเต้ จะไม่เปลี่ยนทีม แม้จะเล่นเป็นนัดที่สามต่อเนื่องกัน แต่ว่าเป็นเพราะว่าทีมของเขาเล่นแบบแท็กติก บริหารพลังได้ดิบได้ดี ดึงช้า ดึงเร็ว ยืดหยุ่น
สถิติวิ่งมากมายสุด, พลังมากมายสุด อะไรเนี่ย ไม่ติดอันดับท็อป พวกเขาเน้นย้ำแท็กติก ความเป็นเกมแล้วก็เน้นย้ำผลชิงชัย มันมองปึ้กในเกมรับ มันมองเฉียบขาดในเกมรุก นั่นเป็นหลังไม่เสีย หน้าคมยิงได้ เชลซี ชนะตลอด
ใครๆก็ยิงพวกเขายากแม้ปัจจุบันเสียให้ สโต๊ค อีกสองลูก แต่ว่ามันก็ควรมีหลุดบ้าง แล้วก็จำนวนเกมรับยังน้อยกว่าทุกทีม
ด้วยเหตุดังกล่าว…โจทย์อยู่ที่สเปอร์ส
ข้อแรก…โปเช็ตว่ากล่าวโน่ จะกล้าเล่นหลังสามหรือไม่เมื่อ วอล์คเกอร์ กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ความเห็นส่วนตัวของผมมั่นใจว่า โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ไม่เล่นหลังสามแน่นอน เขาจะกลับมาเล่น 4-2-3-1 เพราะเหตุว่ายังไง วอล์คเกอร์, แฟร์ต็องเก้น ก็จะเป็นผู้เล่นชุดที่เขาเชื่อใจที่สุด
วานยาม่า จะเล่นกลางกับ เอริก ถางเออร์ เพื่อช่วยเหลือกลางรุก อัลลี่, เอริคสังเวย แล้วก็ ฮึง ไม่น โดย แฮร์รี่ เคน หน้าเป้า
อย่างที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ บอก…แท็กติกไม่มีความจำเป็นเท่ากับแนวทางการเล่นบอล การให้บอล การใช้บอลนั้นเนี้ยบขนาดไหน แท็กติกงามแต่ว่าแค่รับส่งบอลในพื้นที่อันตรายไม่แม่น พลาด ก็หมดสิทธิ์ได้ประตู
สปีดบอล…ช้าควรจะช้า เร็วควรจะเร็ว จังหวะของเกมที่ตรงนี้ มันเป็นสิ่งที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ คิดว่าสำคัญที่สุด
ข้อสอง…สเปอร์ส จะสอบตกอีกครั้งหรือไม่เมื่อจำต้องเตะกับเกมใหญ่ แล้วก็เจอบิ๊กทีมจ่าฝูงอีกต่างหาก สเปอร์ส มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ พวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 ทำให้ลดน้อยลงไปก่อนจะกลับมาด้วยชัยชนะ 4 นัดรวด
เรื่องนี้เกิดเรื่องจิตวิทยาเป็นหัวจิตหัวใจของสเปอร์ส จะสอบได้มั้ย มันเป็น mentality ล้วนๆเลยนะครับ เมื่อจำต้องเล่นภายใต้แรงกดดันกับทีมที่อดทน พวกเขาจะฝ่อหรือเฉามั้ย นี่เป็นคำถาม
ถ้าหากพวกเขาไม่กลัวเชลซี เอาชนะความหวาดกลัวในจิตใจ หรือก้าวผ่านแรงกดดันในเกมใหญ่ ทีมใหญ่ นักเตะสุดยอด อย่าง ดีเอโก คอสต้า, อาซาร์ ได้ พวกเขามีสิทธิ์ชนะ
แน่นอนทั่วทั้งโลกหนุนหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ว่าในความจริงพวกเขาก็จำต้องคิดถึงตนเองเล่นเพื่อชนะ เพื่อจุดมุ่งหมายของตน
เพราะเหตุว่าชนะเชลซีได้…มันจะสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจ ความมั่นใจให้กับนักเตะที่จะมุ่งหน้าเดินตามแท็กติกของ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ อย่างรุ่งเรือง
โอเคนะครับ…พูดถึงฟอร์มทั้งนักเตะแล้วก็ทั้งทีมเดี๋ยวนี้ เชลซีเหนือกว่าครึ่งก้าว แต่ว่าถ้าหากยกระดับมาตรฐานการเล่นแบบไม่กลับเชลซี สู้กับแรงกดดันในเกมที่สเปอร์สเคยพลาดมาบ่อยๆได้ ผมว่าพวกเขาก็มีสิทธิ์คิดถึงชัยชนะ
แฮร์รี่ เคน ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า เอ็งรี่ เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์ ที่อืดอาด ซน ฮึง ไม่น ก็ทะลุ ปรู๊ดปร๊าด เร็วจี๊ด, อัลลี่ เองก็ดุดันทะลุไปด้านหน้า
บางทีนี่บางทีอาจเป็นจุดที่โจมตีหลังของเชลซีได้เหมือนกัน
ผมเห็นว่าเกมนี้ตัดความหวาดกลัวออกไป ไม่สนฟอร์มของเชลซี จักจี้ข้อบกพร่องซึ่งเพียงพอมองเห็นในแนวรับที่มีความช้าอยู่ มันก็บางทีอาจทำลายเกมรับเชลซีได้อยู่ครับ

อ้อ…อีกเรื่องหนึ่งเป็น วุฒิภาวะของเด็กไก่ในเกมใหญ่ บางทีแบกแรงกดดันมากมายๆกลับออกสมุทรซะแบบงั้น ถ้าหากนักเตะเชลซีซึ่งเก๋าแล้วก็กระดูกบอลเบอร์ 9 เบอร์ 10 เชิญเล่นตุกติก มีลูกหนักแถม ออกลูกเกกมะเหรกซ่อนเร้นมากับเกม ควบคุมสติ…ไม่อยู่ เด็กไก่ก็จะแพ้ภัยตัวเอง

Continue Reading

ถั่วน้อย กลับมา แมนยู

ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหากับเกมรุกของตนเองอย่างหนัก
พอจะบอกว่าปัญหาในเกมรุกของทีมภูติผีแดงอยู่ที่กองหน้าก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ในเมื่อหัวหอกมหาประลัยอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงซอกซอยตาข่ายได้อย่างสม่ำเสมอ
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อไม่มีดาวยิงวัย 35 กะรัตผู้นี้ หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพี่เขาทำฟอร์มตก – เล่นไม่ออก เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขัดสนขึ้นมาทันที
นอกจากกองหน้าตัวหลักอย่าง "อิบรา" แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีผู้เล่นชนิดหัวหอกอยู่ในแผนกล่าสังหารอีก 2 หน่วยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนกับว่าทั้งคู่จะกลายพันธุ์เป็นตัวรุกริมเส้นหรือกองหน้าครึ่งปีกไปซะแล้ว เมื่อถูกจับมายืนเป็นกองหน้าก็ชอบเล่นไม่ออก – ยิงประตูมิได้โดยเหตุนี้ & ฉะนี้
ก็เลยคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าตำแหน่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังอยากด่วนในฤดูกาลหน้า คือนักฟุตบอลชนิดดาวถล่มประตูนี่แหละกองหน้าระดับตีนพระกาฬหลายรายนามก็เลยถูกสื่อในเมืองหลวงที่ลูกหนังจับมาการร่วมประเวณีกับภูติผีแดงอย่างสนุกครึกครื้นไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู, ปีเครื่องปรับอากาศ เอเมอริค โอบาเมยัง และโดยไม่เว้นแม้กระทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้จนกระทั่งวันก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ก็พูดถึงกองหน้าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่นสายพันธุ์อสุรีสยดสยองนี่แหละฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่ชาวบ้านรู้จักเขาในชื่อ "ชิชาริโต้"
ที่ปรึกษาจอมเย่อหยิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ทำเป็นแค่เสมอในบ้านตนเอง 2 ครั้งติดกันทำนองว่าด้วยวิธีการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด และท้องนาทีนี้ ด้วยการพาบอลเข้าไปหาจังหวะจบในกรอบเขตโทษได้อย่างมากมาย แม้เขามีกองหน้าอย่าง ชิชาริโต้ เป็นลูกทีม นักฟุตบอลชาวจังหรูหราผู้นี้คงจะทะลวงตาข่ายได้ราว 15-20 ประตู ต่อฤดูกาล
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าที่ผ่านมาที่บอกว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งบิดาใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใหม่ๆเขาพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปลดปล่อยผู้เล่นที่ไม่สมควรจะปลดปล่อยออกมาจากทีมไปคนจำนวนไม่น้อยหนึ่งในนั้นคือเจ้าของสมญา "ถั่วน้อย" ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขายให้ เลเวอร์คูสังเวย เมื่อฤดูกาล 2015-16 เอ๋ยถึง "ชิชาริโต้"
เขาโชว์ฟอร์มได้กระฉูดแตกมากที่สุด ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เพิ่งเลื้อยตูดจาก ประเทศเม็กซิโก มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆโดยที่ยังไม่ค่อยมีชื่อ
ฤดูกาล 2010-11 นักฟุตบอลที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "ชิชา" กระหน่ำไป 20 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 13 ประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นยุคที่ 19 รวมทั้งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดหมายชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เวมบลี่ย์
ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างยั่งยืนไม่สำเร็จก็จริง แต่ว่าเมื่อลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วมักทำคะแนนได้ไม่ต่างอะไรจากอาวุธลับของภูติผีแดงเสมือนที่กาลครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมี "ซูเปอร์ดูดซับ" อย่าง โอเล่ กุนร์ ท้องนา โซลชา

ฤดูกาลต่อมา "ถั่วน้อย" ยังคงรักษามาตรฐานในการทำคะแนนของตนเองเอาไว้ได้ แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเสมือนฤดูกาลแรก เขากดไปอีก 10 ดอกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะทำเป็นอีก 10 ประตูในฤดูกาล 2012-13
เพียงแค่แม้สังเกตให้ดีจะพบว่าในฤดูกาลท้ายที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีมภูติผีแดง – คุณพ่อแกเริ่มใช้บริการของ "ชิชาริโต้ น้อยลงไปเรื่อยๆ ประการหนึ่งบางทีอาจเนื่องจากการเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเป็นกองหน้าจำพวกหมูเดือดเหมือนเดิม แต่ว่าอีกประการหนึ่งก็คือฟอร์มการเล่นของ ชิชาริโต้ ที่ตกลงไปเช่นกัน
ฤดูกาลท้ายที่สุดของคุณพ่อ ดาวเตะที่มีชื่อจริงว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 9 นัดหมายเท่านั้น
เมื่อ เดวิด มอยส์ เข้ามาแทนที่ท่านเจ้าคุณเฟอร์กี้ – ที่ปรึกษาภูติผีแดงคนใหม่ก็ไม่ค่อยใช้งาน "น้องถั่ว" สักเท่าไหร่ โดยในฤดูกาล 2013-14 เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 6 นัดหมายเท่านั้น (ลงเป็นสำรอง 18 นัดหมาย) สถิติการถล่มตาข่ายก็เลยลดลงอย่างฮวบฮาบ เหลือแค่ 4 ประตูเท่านั้น เฉพาะในพรีเมียร์ลีก
เมื่อเปลี่ยนแปลงแม่งานอีกครั้งเป็น หฝ่าส์ ฟาน กัล – แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้ากองหน้าคนใหม่ที่ชาติสกุลสูงยิ่งกว่าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมทีม คุณลุงอ้วนแกก็เลยตกลงใจปลดปล่อย "ถั่วน้อย" ผู้สวยของแฟนๆให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล 2014-15
ชิชาริโต้ ลงเล่นให้ "กษัตริย์ชุดขาว" ทั้งผอง 33 นัดหมาย ยิงได้ 9 ประตู (ทุกรายการ) แม้มีความคิดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง การยิงได้ 9 ประตูก็ถือว่าไม่น่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไหร่
แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เลยดึงกองหน้าสายพันธุ์จังหรูหราผู้นี้กลับมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเขาได้ลงเล่นเป็นผู้เล่นสำรองทั้งผอง 3 นัดหมาย จนกระทั่ง…ฟางเส้นท้ายที่สุด เมื่อตะบันบ่ายคล้อยลงมา ถุย! จนกระทั่งในเกมเพลย์ออฟ รอบคัด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พรรคพวกภูติผีแดงออกไปเยี่ยม คลับ บรู๊ซ
"ชิชา" ถูกส่งลงมาเป็นผู้เล่นสำรอง หลังจากทีมตนเองนำห่าง 4-0 ก่อนจะได้จุดลูกโทษ แต่ว่าคุณพี่เขาดันสังหารพลาดง่ายๆซะแบบงั้น!
ภาพที่ หฝ่าส์ ฟาน กัล ทำหน้าเสมือนถูกดึงขนตูดพร้อมกัน 8 เส้นพลางหันไปมองตากับผู้ช่วยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ บนม้านั่งสำรอง ประดุจเชื่อว่าสายตาที่ ชิชาริโต้ ยิงจุดลูกโทษไม่เข้าถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในระบบโซเชี่ยล
แล้วต่อไปคุณลุงอ้วนเหน็บสวาปามส์แกก็ตกลงใจปลดปล่อยกองหน้าทีมชาติประเทศเม็กซิโกผู้นี้ให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปในราคาแค่ 7.3 ล้านปอนด์
"เด็กผี" ส่วนใหญ่บางทีอาจเสียดาย แต่ว่าขูดความจำได้ว่าไม่ถึงกับอาลัยอาวรณ์หรืออาวรณ์อะไรล้นหลาม เนื่องจากระยะหลังๆฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงน้อยและยิงน้อย แถมยังถูกปลดปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปหนึ่งฤดูกาล

บนเวทีบุนเดสลีกาเสมือนกลับชาติมาเกิดใหม่ เมื่อฤดูกาลแรกกับ เลเวอร์คูสังเวย "น้องถั่ว" ยิงได้ถึง 20 ประตู จากการลงเล่น 46 นัดหมายในทุกรายการเริ่มมีเสียงบ่นโชคร้ายให้ได้ยินส่วนฤดูกาลนี้ ชิชาริโต้ ลงเล่นไปแล้ว 32 นัดหมาย โดยยิงไป 12 ประตูในทุกรายการรวมลงเล่นให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปแล้วทั้งผอง 72 นัดหมาย ยิง 38 ประตู ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยในการทำคะแนนที่สูงพอเหมาะพอควร คือยิงได้ 1 ประตูในทุกๆ2 นัดหมายเทียบกับตอนอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 157 นัดหมาย ยิงได้ 59 ประตู คุณจะพบว่าสถิติและค่าเฉลี่ยนในการถล่มตาข่ายสูงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อมองเห็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของ ชิชาริโต้ บนเวทีบุนเดสลีกา-เยอรมัน บรรดาผู้อุทิศวิญญาณให้ภูติผีแดงก็ออกอาการอาลัยอาวรณ์ & อาวรณ์ ขึ้นมาทันที ทำนองว่าโชคร้ายพลางสรรเสริญที่ปรึกษาภูติผีแดงคนเก่าว่า "แกขายออกไปได้ยังไงนะครับ…ไอ้หอก!" ด้วยเหตุดังกล่าวไม่จำต้องถามบรรดาแฟนผีว่าอยากได้ดาวเตะผู้นี้กลับมาหรือเปล่า? คำตอบส่วนใหญ่อาจจะเช่นกันนั่นแหละคือ "เอานะ" (สำหรับค่าตัวก็อาจจะไม่แพงน่าสะอิดสะเอียน แต่ว่าอาจจะสูงยิ่งกว่าที่ขายออกไปแน่นอน) สมมุติว่าย้ายกลับมาจริงๆถามคำถามว่า ชิชาริโต้ จะแก้ตอบโจทย์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้หรือเปล่า?…ว่าแล้วมาทำความเข้าใจกันก่อนครับ
"ชิชา" จัดเป็นผู้เล่นที่ความชำนาญความสามารถเฉพาะบุคคลออกจะต่ำ เขาไม่ค่อยมีคุณสมบัติในการกระตุกบอลหนีคู่แข่งหรือเลี้ยงรับประทานตัวคู่แข่ง – จับบอลก็โดกเดก จ่ายบอลก็ไม่ค่อยแม่นยำสักเท่าไหร
ลักษณะเด่นหรือจุดขายเพียงแต่จุดเดียวคือการทำคะแนนในกรอบเขตโทษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวิญญาณเพชฌฆาตเท่าๆกับสัญชาติญาณมือสังหาร โดยเป็นกองหน้าที่จัดอยู่ในชนิด "หมาจิ้งจอกในกรอบเขตโทษ"พูดง่ายๆว่าเกิดมาเพื่อกระทุ้งประตูเพียงอย่างเดียวปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือแม้ฟอร์มตกเมื่อไหร่ หรือเพื่อนฝูงร่วมทีมไม่สามารถที่จะเปิดป้อนบอลเข้าไปให้ทำคะแนนได้มากเพียงพอ เขาก็จะจำแลงเป็นไม้ตีพริกที่หมดคุณประโยชน์ทันที โดย 12 นัดหมายล่าสุดที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด – ชิชาริโต้ ยิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้นเองโน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุใด หฝ่าส์ ฟาน กัล ถึงไม่คิดจะใช้บริการของ "น้องถั่ว" เฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลสมัยใหม่ที่กองหน้าควรจะมีส่วนร่วมกับเกม และต้องทำอะไรให้ได้มากยิ่งกว่าการ "รอยิง" เพียงอย่างเดียว
ต่อเมื่อตกเป็นข่าว บรรดาสื่อในอังกฤษเพียรพยายามเสนอแต่ว่าสถิติที่สวยงาม อย่างเช่นการยิงได้หลายประตู โดยแกล้งไม่บอกว่าในฤดูกาลนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่แกยิงมิได้ติดต่อกันถึง 16 นัดหมายเลยทีเดียว
ที่สำคัญคือสมรภไม่หน้าแข้งพรีเมียร์ลีกมีความเล่นยากกว่า             บุนเดสลีกา การยิงกระจัดกระจายในลีกสูงสุดของเยอรมันก็เลยบางทีอาจมิได้แสดงว่าจะยิงกระจัดกระจายในลีกสูงสุดของอังกฤษ
เดี๋ยวนี้อายุของ "น้องถั่ว" พึ่งจะ 28 ขวบเท่านั้นเองนะครับ เรียกว่าอยู่ในช่วงพีคของอาชีพล่าตาข่าย สมมุติว่าเอากลับมาจริงๆมันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร ขายไป 7.3 ล้าน ถ้าเกิดขอซื้อกลับมาสัก 15 ล้าน รู้เรื่องว่า "เถ้าแก่ขายยา" ก็อาจจะไม่กล้ายักไหล่ใส่
ชิชาริโต้ บางทีอาจไม่เหมาะสมกับแนวทางการเล่นฟุตบอลแบบย้ำการมีไว้ในครอบครองของ หฝ่าส์ ฟาน กัล สักเท่าไหร่ เนื่องจากต่อหนึ่งเกมอาจมีจังหวะจบในกรอบเขตโทษน้อยไปหน่อย แต่ว่าคงจะเหมาะกับหนทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำให้ภูติผีแดงเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งอย่างรวดเร็วและน้อยจังหวะมากยิ่งกว่าบนความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น

Continue Reading